หลายคนทำการตลาดแล้วเหนื่อยเพราะ “เปลี่ยนเรื่องทุกวัน” วันนี้พูดโปร พรุ่งนี้พูดรีวิว มะรืนพูดความรู้ วันถัดไปพูดเบื้องหลัง สุดท้ายคนติดตามจับไม่ถูกว่าแบรนด์นี้เด่นเรื่องอะไร และที่หนักกว่านั้นคือทีมเองก็เริ่มหลุดโฟกัส ทำคอนเทนต์เยอะแต่ไม่สะสมแรง การตลาดแบบพูดเรื่องเดียว 30 วันจึงเวิร์ก เพราะมันทำให้แบรนด์ชัดขึ้นในหัวคน สร้างความคุ้นเคย และทำให้การตัดสินใจของลูกค้าง่ายขึ้น จนยอดนิ่งขึ้นเองครับ
คนซื้อจากความคุ้นเคย ไม่ได้ซื้อจากความตื่นเต้นเสมอไป
การเปลี่ยนเรื่องบ่อยทำให้คนอ่านสนุกได้ครับ แต่ไม่ทำให้ “เชื่อ” เร็ว เพราะความเชื่อเกิดจากการเห็นซ้ำ ๆ ในมุมที่ต่างกัน ลูกค้าต้องเห็นว่าคุณพูดเรื่องเดิมได้ลึก มีหลักฐาน มีตัวอย่าง และตอบคำถามได้ครบ พอเห็นซ้ำหลายครั้ง เขาจะเริ่มรู้สึกว่า “แบรนด์นี้ถนัดจริง” และความถนัดนี่แหละครับที่ทำให้ยอดนิ่ง เพราะคนตัดสินใจจากความมั่นใจ ไม่ใช่จากอารมณ์ชั่วคราว
พูดเรื่องเดียว 30 วัน ช่วยให้คุณครอบคลุมทุกขั้นการตัดสินใจของลูกค้า
ลูกค้าไม่ได้พร้อมซื้อพร้อมกันครับ บางคนยังไม่รู้ปัญหา บางคนเริ่มสนใจ บางคนกำลังเปรียบเทียบ บางคนพร้อมซื้อแล้วแต่ยังกลัว ถ้าคุณพูดเรื่องเดียว 30 วัน คุณจะมีพื้นที่พาเขาเดินครบทุกขั้น เช่น วันหนึ่งพูดปัญหา วันหนึ่งพูดความเข้าใจผิด วันหนึ่งให้วิธีเช็ก วันหนึ่งเล่าเคสจริง วันหนึ่งตอบคำถามยอดฮิต และวันหนึ่งกันพลาด พอครบวงจร คนที่เข้ามาวันไหนก็มีคอนเทนต์รองรับ และคนที่ติดตามอยู่ก็จะค่อย ๆ พร้อมซื้อขึ้นเรื่อย ๆ ยอดจึงนิ่งครับ
ความสม่ำเสมอทำให้แบรนด์ชัด และลดต้นทุนการอธิบายซ้ำ
เวลาคุณพูดเรื่องเดียวสม่ำเสมอ คุณจะมี “ประโยคหลัก” และ “หลักฐานหลัก” ที่ใช้ซ้ำได้ ทีมทำงานง่ายขึ้น ลูกค้าก็เข้าใจเร็วขึ้น เพราะเห็นโครงเดิม ๆ แต่เติมมุมใหม่ ๆ ทุกวัน และที่สำคัญคือคุณไม่ต้องเริ่มใหม่ทุกครั้ง ไม่ต้องหาความคิดใหม่จากศูนย์ ทำให้คอนเทนต์ออกต่อเนื่อง ยอดทักไม่แกว่งตามอารมณ์การทำคอนเทนต์ครับ
การตลาดแบบพูดเรื่องเดียว 30 วัน ทำให้ยอดนิ่งขึ้น เพราะมันสร้างความคุ้นเคยและความเชื่อ ทำให้คุณพาคนผ่านทุกขั้นการตัดสินใจได้ครบ และทำให้แบรนด์ชัดจนลดการอธิบายซ้ำครับ เมื่อคนเห็นซ้ำในมุมที่ต่างกัน เขาจะมั่นใจขึ้นเอง และยอดจะนิ่งขึ้นจากความสม่ำเสมอ ไม่ใช่จากการหวังโพสต์ไวรัลเป็นครั้งคราวครับ
